ข่าวเศรษฐกิจ Headline ได้เปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่างในการใช้งบประมาณจัด โอลิมปิก2024 ที่ปารีส ของประเทศฝรั่งเศส กับงบประมาณ ที่ใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะเห็นถึงความชาญฉลาดในการใช้งบประมาณที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โอลิมปิก2024เอฟเฟ็กต์ กับ ดิจิทัลวอลเล็ตเอฟเฟ็กต์
โอลิมปิก2024เอฟเฟ็กต์ สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
เป็นที่กล่าวขานกันตั้งแต่พิธีเปิด โอลิมปิก2024 ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่าเจ้าภาพจัดได้ อลังการงานสร้าง ทั้งสวยงาม แตกต่าง มีการเล่าเรื่องที่หลากหลาย ผสมผสานกับศิลปะ และเทคโนโลยีอย่างลงตัว สร้างความประทับใจจนทำให้เจ้าภาพครั้งต่อๆไป เรียกได้ว่ากดดันกันสุดๆ เพราะการจัด โอลิมปิก2024 ครั้งนี้ สร้างมาตรฐานไว้สูง เต็มไปด้วยความประทับใจของนักกีฬาและผู้เข้าชมอย่างตราตรึงและคุ้มค่าอย่างที่สุด
ผู้คนจากทุกเส้นทางทั่วโลกต่างหลั่งไหลมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงปารีส ซึ่งตามปกติ ในช่วงเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม จะมีนักท่องเที่ยวที่เดินมามาเยือนกรุงปารีส ประมาณ 12 ล้านคน แต่ช่วงจัดการแข่งขัน โอลิมปิก2024 ระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม -11 สิงหาคม 2567 สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งกรุงปารีส คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางเข้ามา 15.3 ล้านคน
สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งปารีส ยังระบุอีกว่า ระหว่างวันที่ 24-27 กรกฎาคม 2567 กรุงปารีสได้ต้อนรับนักท่องเที่ยว 650,000 คน เพิ่มขึ้น 16% โดยเป็นนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 17.3% และนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 14.8% ในวันก่อนพิธีเปิด จำนวนนักท่องเที่ยวในปารีสเพิ่มขึ้น 34.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี
มหานครปารีสไม่หลับไหล ท่องเที่ยวคึกคัก ที่พักเต็ม 90%
Corinne Menegaux ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งปารีส ระบุว่าโดยปกติแล้วเดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่เงียบสงบมากในปารีส แต่ปีนี้จะเป็นเดือนที่ “ดีมาก”
สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งปารีส คาดการณ์ว่าในช่วงสุดสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม อัตราการเข้าพักในโรงแรมต่างๆ ในปารีสจะอยู่ที่ประมาณ 90 % ขณะที่ตลอดช่วงโอลิมปิก อัตราการเข้าพักในโรงแรมต่างๆ ในปารีสจะอยู่ที่มากกว่า 80 % เพิ่มขึ้น 20 % จากปีก่อน
โดยก่อนหน้านี้ทาง สถาบันสถิติและการศึกษาเศรษฐกิจแห่งชาติของฝรั่งเศส (INSEE) คาดว่า โอลิมปิก2024 จะทำให้จีดีพีของฝรั่งเศสในไตรมาสที่ 3 เติบโตขึ้น 0.3 % เมื่อรวมกับอัตราการเติบโตปกติแล้ว จะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 0.5 % การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น มาทั้งจากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด เงินซื้อตั๋วของผู้เข้าชมในสนาม ค่าห้องพัก การซื้ออาหาร รวมทั้งของที่ระลึกโดยเฉพาะรูปหอไอเฟล โอลิมปิกเกม 2024 เหล่านี้เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทำให้กรุงปารีส มีเงินสะพัดไปทุกหัวระแหง

โอลิมปิก2024 VS ดิจิทัลวอลเล็ต แตกต่างที่ “คุ้มค่า-ยั่งยืน”
การจัดโอลิมปิก2024ครั้งนี้ แม้จะลงทุนไปกว่า 300,000 ล้านบาท น้อยกว่า เงินที่จะใช้ในโครงการเติมเงิน 10,000 บาทเข้าดิจิทัลวอลเล็ต ที่คาดว่าจะใช้เม็ดเงินจากการกู้เพิ่มเติม 450,000 ล้านบาท แต่ผลตอบแทนที่ได้คือเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ฝรั่งเศสแบบไม่ขาดสาย
แม้ในทางทฤษฎี เงินดิจิทัล จะส่งผลให้จีดีพีของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ แต่จีดีพีวัดได้แค่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่ง ไม่ได้วัดว่า “ความยั่งยืน” ดัชนีจะสูงแค่ไหน แม้จะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้นเหมือนกัน แต่ที่แตกต่างคือ “ความยั่งยืน” เงิน 10,000 บาท ใช้แล้วก็หมดไป จะหมุนกี่รอบ จะเป็นพายุทอร์นาโด ไต้ฝุ่น หรือ ลมมรสุมกำลังอ่อนปวกเปียก ไม่มีใครให้คำตอบได้ชัดเจน
แต่เงินดิจิทัลวอลเล็ตของไทย คือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ เม็ดเงินมาจากเงินกู้ ถ้าจะให้เห็นภาพง่ายๆ คุณตาไปกู้เงินเถ้าแก่ มาให้ยายไปซื้อปลาหมอคางดำทอดกรอบ คุณตาเป็นหนี้เพิ่ม คุณยายกินปลาหมอคางดำหมดแล้ว เหลือแต่ “ก้างกับหนี้” ที่คุณตาต้องชดใช้
คุณตาตั้งใจจะลงทุนขุดบ่อเลี้ยงปลา ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะสร้างเศรษฐกิจในระยะยาวให้กับครอบครัว ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อปลาหมอคางดำทอดกรอบมากิน แต่เลี้ยงปลาหมอนา ทั้งอร่อย อดทน ไม่ทำลายระบบนิเวศ สุดท้ายความหวังพังทลาย เพราะคุณตาต้องเป็นหนี้จากการกู้เงินให้คุณยายไปซื้อปลาหมอคางดำทอดกรอบ บ่อก็เลยไม่ได้ขุด ฝนตกรอบหน้าน้ำก็ไม่ได้กักเก็บในบ่อ เสียทั้งโอกาส ทั้งทรัพยากร และมีภาระหนี้สินเพิ่ม
คนที่ได้ประโยชน์คือคนที่ทำผลิตภัณฑ์ปลาหมอคางดำขาย รับทรัพย์ไปเต็มๆ แต่ครอบครัวคุณตาในภาพรวมหนี้ท่วมหัวจะชนฝ้าเพดาน นอนแต่ละทีแขนขึ้นไปก่ายบนหน้าผาก 2ข้างยังไม่พอบรรเทา ดีที่ขาของคุณยายมาช่วยก่ายให้ด้วย จะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ มาลงทุนสร้างงานสร้างอาชีพ เส้นเลือดในสมองเต้นตุ๊บๆ
แม้ในทางทฤษฎี เงินดิจิทัล จะส่งผลให้จีดีพีของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ แต่จีดีพีวัดได้แค่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่ง ไม่ได้วัดว่า “ความยั่งยืน” ดัชนีจะสูงแค่ไหน แม้จะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้นเหมือนกัน แต่ที่แตกต่างคือ “ความยั่งยืน” เงิน 10,000 บาท ใช้แล้วก็หมดไป จะหมุนกี่รอบ จะเป็นพายุทอร์นาโด ไต้ฝุ่น หรือ ลมมรสุมกำลังอ่อนปวกเปียก ไม่มีใครให้คำตอบได้ชัดเจน
รวมไปถึง GDH หรือความสุขมวลรวมภายในประเทศ เพิ่มขึ้นเพียงใด เดี๋ยวนี้ยังมีวัดกันอยู่หรือไม่ หรือวัดทีไรมันติดลบตลอดเลยเลิกวัดกันไปหมดแล้ว
โอลิมปิก2024 ใช่แค่มหกรรมกีฬา แต่เป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่แท้ทรู
ขณะที่เงิน 300,000 กว่าล้านบาท ที่ฝรั่งเศสลงทุนจัดโอลิมปิก ทำงานแบบใช้สมอง ให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียด ความงาม ที่ตั้งสนามกีฬากลางแจ้งมี จุดแลนด์มาร์คสำคัญของปารีส เป็นฉากหลัง ทั้ง “หอไอเฟล” และ “พระราชวังแวร์ซายส์” ปรากฎไปสู่สายตาผู้คนทั่วโลก
ล้วนสะกดจิตให้เกิดอยากหาโอกาสไปเยือนสักครั้ง หรือเคยไปเยือนแล้วก็กระตุ้นเตือนให้อยากไปเยือนอีก ฝรั่งเศสจัดโอลิมปิก2024 ครั้งนี้ เก็บเงินกินไปจนเฒ่าจนแก่ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เป็นการใช้เงินแบบเดินหมากทีเดียวกิน 2 ต่อ เข้าฮอสอีกต่างหาก ได้ประชาสัมพันธ์ประเทศไปในตัว
นี่แหละคือพลัง “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่แท้จริง ที่ซึมลึกเข้าไปในหัวใจ สร้างภาพลักษณ์ที่ประทับใจมิรู้ลืม ไม่ต้องไปถกเถียง หานิยงนิยาม แบ่งกลุ่มจัดพวกอะไรให้วุ่นวาย มีแต่น้ำลายกระเส็นกระสาย เปลืองงบจัดประชุม แต่ไม่เกิดอะไรเป็นรูปธรรมสักอย่างเดียว “ปีใหม่” ก็ผ่านไปแล้ วแบบเงียบสงัด จัด “สงกรานต์” ก็ผ่านไปแบบไม่มีอะไร ให้จดจำ มีแต่งบประมาณที่เทลงไป แบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เสร็จปลาหมอคางดำที่เขมือบอยู่ใต้ผิวน้ำนั่นเอง
หันมาดูการท่องเที่ยวของไทย เกิด เอ๊ะ!!! ขึ้นมาในใจ ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่ม แต่ร้านค้า กิจการต่างๆ ปล่อยร้าง ติดป้ายขายหรือให้เช่ากันเกลื่อนเมือง มันเกิดอะไรขึ้น แล้วเม็ดเงินไปอยู่ที่ใคร ทำไมไม่กระจายทั่วถึงเท่าเทียม
ระบบการจัดการ ด้านท่องเที่ยวเอื้อประโยชน์ให้ใครบางกลุ่มรับประโยชน์ไปหรือไม่ โดยไม่สนใจว่ าจะสีเทาหรือสีดำ เพื่อที่ว่าพอร่ำรวยขึ้นมาแล้ว นอกจากปาดครีมจากหน้าเค้กมาแบ่งปัน คนเหล่านั้นเมื่อร่ำรวยขึ้น ก็จะไปซื้อบ้าน หรือคอนโด ราคาแพงๆที่สร้างรอการขายไว้หรือไม่ พาพวกเพื่อนฝูงมาซื้อกัน แทบจะเหมาหมู่บ้าน
อันนี้ก็ไม่น่ายากที่จะคาดเดา ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น ให้เห็นมานานแล้ว ไม่แตกต่างจาก วงการตำรวจนอกรีต รอแค่ “วันฝีแตก” เท่านั้น ก็ “บันเทิง” แล้วพี่น้อง
บทสรุป โอลิมปิก2024 เอฟเฟ็กต์ VS ดิจิทัลวอลเล็ต เอฟเฟ็กต์
ดิจิทัลวอลเล็ต ใช้เงินมากกว่าจัดโอลิมปิก2024 ที่ปารีส 50% แต่ผลลัพธ์คาดว่าจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในแง่ของความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ เนื่องมาจากระบบการคิดที่ไม่เหมือนกัน ขาดการยึดโยงกับผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว




