จีนตอบโต้ทันควัน สงครามการค้าจีน ยุโรป ตึงเครียด หลังจีนประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2567 ว่าจะสอบสวนการทุ่มตลาดบรั่นดีของยุโรป ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่คณะกรรมาธิการยุโรปบังคับใช้มาตรการเพิ่มภาษีชั่วคราวกับรถ EV ที่ผลิตจากจีน
จุดชนวน สงครามการค้าจีน-ยุโรป
ในวันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม 2567 ก่อนที่สหภาพยุโรป (EU) จะยืนยันการเก็บภาษีศุลการอัตราใหม่ที่สูงถึง 37.6% สำหรับรถ EV ที่ผลิตจากจีน โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของ EU กล่าวในการแถลงข่าวว่า EU และ จีน ควรเจรจากัน เพราะมีแนวโน้มที่จะมีการตอบโต้กันอีกในอนาคต โดยจีนระบุว่าจะสอบสวนการนำเข้าเนื้อหมูจาก EU ด้วย
กระทรวงพาณิชย์ฯ ระบุว่า บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ขอให้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น ซึ่งจะจัดในวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 เพื่อหารือกันเกี่ยวกับข้อกล่าวหาของจีนที่ว่า ผู้ผลิตบรั่นดีของยุโรปขายสินค้าให้กับจีนในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มกล่าวว่า แบรนด์ที่มีชื่อเสียง เช่น Martell, Remy Martin และ Hennessey จะเข้าร่วมการประชุมที่ปักกิ่งด้วย ซึ่งเป็นโอกาสครั้งแรกที่จะได้ปกป้องธุรกิจด้วยตนเอง
จีนได้เรียกร้องอีกครั้งให้ EU ยกเลิกภาษีรถ EV อัตราใหม่ และมีความยินดีที่จะเจรจากับ EU โดยระบุว่า จีนมีข้อพิพาทเรื่องภาษีกับสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว จึงไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับสงครามภาษีของ EU อีก แต่ขณะเดียวกันจีนก็จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องบริษัทของตน
กรอบเวลาภาษีรถ EV อัตราใหม่มีระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งในช่วงระหว่างนี้คาดว่า ทั้ง 2 ฝ่ายจะมีการเจรจากันอย่างเข้มข้น
เดือนมกราคม 2567 จีนเริ่มสอบสวนการนำเข้าบรั่นดีจากยุโรป ในข้อหาทุ่มตลาดเครื่องดื่มในจีน และอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2567 ก็เริ่มการสอบสวนสินค้าเนื้อหมูนำเข้าจากกลุ่มประเทศยุโรป 27 ประเทศ ด้าน EU ก็กำลังพิจารณาว่า การที่ผู้ผลิตรถ EV ของจีนซึ่งได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลนั้น เป็นการแข่งขันที่ยุติธรรมหรือไม่
หนังสือพิมพ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน Global Times รายงานว่า ทางการกำลังพิจารณาเปิดการสอบสวนในผลิตภัณฑ์นมนำเข้าของยุโรปที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงพิจารณาการจัดเก็บภาษีรถยนต์เบนซินเขนาดใหญ่ที่ผลิตในยุโรป
นักวิเคราะห์กล่าวว่า จีนเลือกสินค้าบรั่นดีและเนื้อหมูเพื่อโน้มน้าวฝรั่งเศสและสเปน (ประเทศผู้สนับสนุนหลักของ EU) ให้เข้าร่วมกับประเทศอื่นๆ เช่น เยอรมนี ซึ่งปีที่แล้วสามารถทำยอดขายรถยนต์ที่จีนได้ถึง 1 ใน 3 ของยอดขายทั้งหมด โดยมีรายงานว่า เยอรมนีต้องการให้คณะกรรมาธิการยุโรปยุติมาตรการเพิ่มภาษี
อิตาลีซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก EU ที่สนับสนุมาตรการภาษี ได้ส่งนาย อดอลโฟ เออร์โซ (Adolfo Urso) รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจไปยังประเทศจีนเมื่อวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2567 เพื่อเข้าพบกับนาย จิน จวงหลง (Jin Zhuanglong) รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของจีน
โดยทางกระทรวงฯ ระบุในถ้อยแถลงว่า นาย จิน ได้กล่าวกับ นาย เออร์โซ ว่าจีนมีความยินดีที่จะทำงานร่วมกับอิตาลีในด้านต่างๆ ทั้ง รถยนต์ เรือ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ทั้งจีน และ EU ต่างขอให้แสดงความจริงใจต่อกัน
หลังจากคณะกรรมาธิการยุโรปยืนยันการขึ้นภาษีชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2567 หนังสือพิมพ์ Global Times ได้ตีพิมพ์บทบรรณาธิการ เรียกร้องให้ EU พิจารณามาตรการควบคุม และอีกหนึ่งบทความเรียกร้องให้ EU แสดงความจริงใจในการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน Global Times ยังขอให้นึกถึงบริษัท Tesla ผู้ผลิตรถ EV ของสหรัฐอเมริกาที่เปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่เซี่ยงไฮ้ด้วย
จีนได้หวังว่า EU จะยกเลิกมาตรการควบคุมดังกล่าวก่อนวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 แต่ในเวลานั้นคณะกรรมาธิการ EU ระบุว่า จีนจะต้องเข้าร่วมการเจรจา พร้อมแผนจัดการ “การอุดหนุนของรัฐในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า”
จีนกล่าวหาคณะกรรมาธิการยุโรปว่า ใช้โอกาสนี้เพื่อสอดแนมห่วงโซ่อุปทานในการผลิตของบริษัทจีน ไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกจากความมีประสิทธิภาพที่จีนคงรักษาไว้ ทำให้จีนมีความได้เปรียบในการผลิตรถยนต์ที่มีราคาถูกกว่า
ในรายงานการตรวจสอบผู้ผลิตรถ EV สัญชาติจีนช่วงระยะเวลา 9 เดือน EU ระบุ รัฐบาลจีนและบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ SAIC ที่รัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ ไม่เต็มใจให้ความร่วมมือกับการสอบสวน โดย SAIC อ้างว่าการสอบสวนของ EU เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนในเชิงพาณิชย์ เช่นเดียวกับ บริษัท Geely และ บริษัท BYD ที่ไม่ได้ตอบรับคำขอตรวจสอบในทันที
เมื่อวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2567 หุ้นจดทะเบียนในฮ่องกงของผู้ผลิตรถ EV สัญชาติจีนร่วงลงอย่างหนัก นำโดยบริษัท Geely Automobile ลดลง 4.1% เหลือ 8.34 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2567 บริษัท Geely ต้องเจอกับภาษี 19.9% เพิ่มเติมจากภาษีนำเข้ามาตรฐาน 10%
ด้านแบรนด์ MG และ NIO ระบุว่า ในปีนี้อาจขึ้นราคาขายในยุโรป เพื่อตอบสนองกับมาตรการภาษีใหม่นี้
สรุป
1. บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มของฝรั่งเศสจะเข้าร่วมการประชุมที่กรุงปักกิ่ง
2. บางประเทศในสหภาพยุโรปคัดค้านมาตรการเพิ่มภาษี
3. การเจรจาอย่างเข้มข้นระหว่างจีน และ คณะกรรมธิการยุโรปคาดว่าจะดำเนินต่อไป
ที่มา : รอยเตอร์




